บ้านบ้าน  CalendarCalendar  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 การสังคายนาพระไตรปิฎก (การสังคายนาในประเทศไทย)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 60
Join date : 18/11/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: การสังคายนาพระไตรปิฎก (การสังคายนาในประเทศไทย)    Sat Dec 11, 2010 8:48 am

การสังคายนาพระไตรปิฎกในประเทศไทย

ที่กล่าวมาแล้วเกี่ยวกับการสังคายนาพระธรรมวินัยนั้น เป็นการสังคายนาครั้งสำคัญๆในพระพุทธศาสนา
ซึ่งกระทำกันในประเทศที่พระพุทธศาสนาหยั่งรากมั่นคง คือ ประเทศอินเดีย ศรีลังกา และไทย
แท้ที่จริงนั้น การสังคายนาชำระพระไตรปิฎก
การจารึกและการพิมพ์พระไตรปิฎกในประเทศไทยได้กระทำกันหลายครั้งหลายหน
ในหลายรัชกาล ต่อเนื่องกันตามวาระอันเป็นมงคลอย่างไม่ขาดตอน
ซึ่งเรียงลำดับให้เห็นได้ดังต่อไปนี้

ครั้งที่ ๑ : เมื่อพ.ศ.๒๐๒๐ ในสมัยพระเจ้าติโลกราช แห่งอาณาจักรล้านนาไทย
ซึ่งนับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๘ ในพระพุทธศาสนาที่กล่าวมาแล้ว ในครั้งนั้น เมื่อทำการฉลองสมโภชแล้ว
ก็โปรดให้สร้างมณเฑียรในวัดโพธาราม เพื่อประดิษฐานพระไตรปิฎก

ครั้งที่ ๒ : เมื่อพ.ศ.๒๓๓๑ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ซึ่งนับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๙ ในพระพุทธศาสนาที่ได้กล่าวมาแล้ว
ในครั้งนั้นเมื่อทำเสร็จแล้วโปรดให้ปิดทองแท่งทับทั้งปกหน้าหลังและกรอบทั้งสิ้น
เรียกว่า พระไตรปิฎกฉบับทอง

ครั้งที่ ๓ : เมื่อพ.ศ.๒๔๓๑ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระองค์ท่านเสวยสิริราชสมบัติครบ ๒๕ ปี นับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๑๐
ในพระพุทธศาสนา ซึ่งได้กล่าวในตอนต้นแล้ว

ครั้งที่ ๔ : เมื่อพ.ศ.๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกล้าฯให้ชำระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ เพราะพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ขึ้นในรัชกาลที่ ๕ นั้น
ชุดหนึ่งมีเพียง ๓๙ เล่มเท่านั้น มีบางคัมภีร์ที่ยังไม่ได้พิมพ์ และบางคัมภีร์พิมพ์แล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์
ในการจัดพิมพ์ครั้งนี้โปรดเกล้าฯให้กราบทูลอาราธนา
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ทรงเป็นประธานในการตรวจสอบทานชำระต้นฉบับที่ขาดหายไปเพิ่มอีก
จากที่มีอยู่ ๓๙ เล่ม ให้ครบ ๔๕ เล่ม การจัดพิมพ์พระไตรปิฎกครั้งนี้

นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับอักษรไทยจนจบบริบูรณ์
และได้ขนานนามพระไตรปิฎกชุดนี้ว่า พระไตรปิฎกสยามรัฐ มีตราช้างเป็นเครื่องหมาย
พิมพ์จำนวน ๑,๕๐๐ ชุด จัดทำตั้งแต่พ.ศ.๒๔๖๘ ถึงพ.ศ.๒๔๗๓ จึงสำเร็จ

เมื่อจัดพิมพ์เสร็จแล้ว ได้พระราชทานในพระราชอาณาจักร ๒๐๐ ชุด
พระราชทานนานาประเทศ ๔๕๐ ชุด
เหลืออีก ๘๕๐ ชุด พระราชทานแก่ผู้บริจาคทรัพย์ขอรับหนังสือพระไตรปิฎก

ครั้งที่ ๕ : เมื่อพ.ศ.๒๔๘๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ต่อกัน
ได้มีการตรวจชำระและแปลพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยขึ้นเป็นฉบับภาษาไทยที่สมบูรณ์เป็นครั้งแรก
เพราะพระไตรปิฎกฉบับก่อนที่ได้ทรงโปรดให้จัดสร้างขึ้นในรัชกาลก่อนๆนั้น เป็นภาษาขอมบ้าง
เป็นภาษาบาลีอักษรไทยบ้าง
ทั้งนี้ก็โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวเถร) วัดสุทัศนเทพวราราม
ได้ทรงปรารภว่า ประเทศไทยเราควรจะมีพระไตรปิฎกที่แปลเป็นภาษาไทยจนครบถ้วนบริบูรณ์สมกับเมืองพระพุทธศาสนา

กระทรวงธรรมการ (ปัจจุบันคือกระทรวงศึกษาธิการ) และรัฐบาลในสมัยนั้นเห็นชอบด้วย
จึงนำความกราบบังคมทูล และได้โปรดให้งานนี้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ และถวายให้สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธาน
โดยมอบให้กรมธรรมการ
(ปัจจุบันคือกรมการศาสนา) เป็นผู้อำนวยการฝ่ายคฤหัสถ์ จัดพิมพ์พระไตรปิฎกเพื่อเผยแผ่ต่อไป

เริ่มดำเนินงานตั้งแต่พ.ศ.๒๔๘๓ ถึงพ.ศ.๒๕๐๐ และได้ขนานนามว่า พระไตรปิฎกภาษาไทย
จัดพิมพ์จำนวน ๒,๕๐๐ ชุด ชุดละ ๘๐ เล่ม จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้เป็นอนุสรณ์เนื่องในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ

ครั้งที่ ๖ : เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๔ เนื่องในงานอันเป็นมงคลสมัยสำคัญ
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชผู้ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก
พระไตรปิฎกภาษาไทยมาแต่งานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษนั้น
ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมาบรรจบครบ ๒๕ ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๔ พอดี
ทางราชการได้จัดพระราชพิธีรัชดาภิเษกถวายเป็นการเฉลิมพระเกียรติ
คณะกรรมการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกเห็นสมควรทูลเกล้าฯ
ถวายการพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยครั้งนี้ในปีรัชดาภิเษกนี้ด้วย
จึงตกลงเรียกพระไตรปิฎกฉบับนี้ใหม่ว่า พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง
พิมพ์ในปีฉลองรัชดาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๑๔

โดยจัดพิมพ์ขึ้นจำนวน ๒,๐๐๐ ชุด ชุดละ ๔๕ เล่ม เท่ากับจำนวนฉบับภาษาบาลีที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้

ครั้งที่ ๗ : ต่อมา กรมการศาสนาได้ทำโครงการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง
เสนอกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๐ และกรรมการมหาเถรสมาคม
ได้พิจารณาเห็นชอบและมีมติให้ดำเนินการได้
กรมการศาสนาได้เริ่มดำเนินการจัดพิมพ์ตั้งแต่พ.ศ.๒๕๒๑ เสร็จสมบูรณ์ต้นปีพ.ศ.๒๕๒๒
และได้จัดพิมพ์จำนวน ๒,๐๐๐ ชุด ชุดละ ๔๕ เล่ม
และเรียกชื่อว่า พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง เหมือนเดิม

ครั้งที่ ๘ : โดยที่กรุงรัตนโกสินทร์ได้ดำรงมั่นคงมาครบ ๒๐๐ ปี ในปีพ.ศ.๒๕๒๕
ทางคณะสงฆ์เห็นว่า พระไตรปิฎกเป็นคัมภีร์สำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา และได้เป็นมรดกตกทอดมาถึงบัดนี้
ก็โดยอาศัยพระบรมราชูปถัมภ์แห่งพระบรมมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ตลอดมา
กรมการศาสนาจึงได้นำเรื่องเสนอกรรมการมหาเถรสมาคม
เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔ ที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมลงมติเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินการจัดพิมพ์ได้
ในการพิมพ์ครั้งนี้ได้จัดพิมพ์จำนวน ๓,๐๐๐ ชุด ชุดละ ๔๕ เล่ม

ครั้งที่ ๙ : เมื่อพ.ศ.๒๕๓๐ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ
ซึ่งนับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๑๑ ในพระพุทธศาสนาที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://scifive-42.thai-forum.net
 
การสังคายนาพระไตรปิฎก (การสังคายนาในประเทศไทย)
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» เด็กรุ่นใหม่
» เฟสบุ้ค
» กลุ่มไอซิส
» เรื่องของปลาหมูๆที่ไม่หมู (Pig house ver.)
» ยาง

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
 :: เรื่องดีๆ :: สิ่งดีๆที่บอกต่อกัน-
ไปที่: